ของขวัญท็อปฮิตวันวาเลนไทน์
จะบอกรักซะอย่าง ทำไมต้องรอให้ถึงวันวาเลนไทน์?! ก็เพราะบรรยากาศโรแมนติกสุดๆ น่ะสิคะ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ จึงเหมาะที่ซู้ดสำหรับการเผยความในใจ…บอกกันเฉยๆด้วยคำพูดอาจเคอะเขินเกิน ไป แต่ถ้ามีพร็อพเป็นของขวัญชิ้นเด็ด ผ่านการคัดสรรว่ามัดใจสาวๆได้อยู่หมัด รับรองเลยค่ะว่า จะกี่ด่านๆหัวใจก็ทะลุทะลวงฉลุย…เสร็จโรงเรียนเลิฟๆชัวร์เด๊ะ!!

“กุหลาบแดง” แทนฟอร์เอเวอร์ เลิฟ
จะกี่ยุคกี่สมัย “ดอกกุหลาบ” ก็ยังครองแชมป์ของขวัญยอดฮิตวันวาเลนไทน์ โดยเฉพาะ “กุหลาบสีแดง” สาวคนไหนได้รับ มีแต่จะยิ้มแก้มปริ และยอมเปิดหัวใจให้หนุ่มๆเข้ามานอนกลิ้งเกลือกไม่โยเย!!
เวลาหนุ่มๆให้ดอกกุหลาบ แต่ละสีมีความหมายแตกต่างกันนะคะ
- ถ้าเป็นหนุ่มจริงใจ…รักจริงหวังแต่ง ไม่เจ้าชู้ มักจะเลือก “กุหลาบสีขาว” แทนคำบอกรัก สื่อถึงความบริสุทธิ์และจริงใจสุดๆ
- ส่วนหนุ่มโรแมนติก ช่างแสดง ออก ถูกใจ “กุหลาบสีแดง” มากกว่าสีไหนๆ เพราะอัดอั้นตันใจอยากบอกว่ารักนะๆๆ ไม่ ชอบอ้อมค้อม!!
- ถ้ามีหนุ่มคนไหนให้ “กุหลาบสีชมพู” แปลว่า เขากำลังหัวใจพองโต มองเห็นอะไรเป็นสีชมพูไปหมด
- แต่ถ้าได้ “กุหลาบสีเหลือง” วันวาเลนไทน์ ก็ไม่ต้องงงนะคะ หนุ่มคนนั้นแค่อยากบอกว่า คุยกับคุณถูกคอจัง อยากสานต่อ เผื่อจะคลิกเปลี่ยนจากเพื่อนเป็นแฟน!!
ดอกไม้ ให้ความหมายของการบอกรักได้ดีที่สุด ที่ฮิตสุดเห็นจะเป็น
กุหลาบแดง หมายถึง ความรักและความปรารถนา เป็นดอกไม้ของกามเทพ เป็นสิ่งนำโชคมาสู่ผู้หญิงที่ได้รับ
กุหลาบขาว หมายถึง ความมีเสน่ห์ ความบริสุทธิ์ ความเงียบสงบ และนำโชคมาสู่ผู้หญิงที่ได้รับเช่นเดียวกับดอกกุหลาบแดง
กุหลาบสีชมพู หมายถึง ความรักที่มีความสุขอย่างสมบูรณ์ที่สุด
กุหลาบสีเหลืองหรือสีส้ม หมายถึง ความรักร้อนแรงและยาวนาน ไม่จืดจาง หวานชื่น และมีความสุข
กุหลาบตูม หมายถึง ความรักและความเยาว์วัย
กุหลาบบาน หมายถึง ความรักที่กำลังเบ่งบาน ความอ่อนหวาน สดชื่น
สําหรับคนที่อยากได้อะไรแตกต่างยังมีดอกไม้อื่นๆ เช่น
ดอกคาร์เนชั่นสีแดง หมายถึง รักอย่างสุดซึ้ง,
ดอกลิลลี่สีขาว หมายถึง ความโรแมนติก อ่อนหวานระหว่างคุณและคนรัก,
ดอกทิวลิปสีแแดง หมายถึง ความรักที่จะร่วมฟันฝ่าไปด้วยกัน
ดอกไวโอเล็ต ที่แทนความหมายของการให้รักตอบแทน
ช็อกโกแลต นักจิตวิทยาหลายคนเชื่อว่า ช็อกโกแลตเป็นตัวช่วยเสริมอารมณ์รัก และรสชาติความหวานก็เป็นสิ่งที่แทนความรู้สึกวันแห่งความรักได้อย่างดี และยังมีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่าในช็อกโกแลตมีสารช่วยกระตุ้นสมองโดยออก ฤทธิ์คล้าย แอมเฟตามีน เป็นตัวเบิกทางความรู้สึกลึกๆแห่งรักได้ดี

- “ช็อกโกแลตมินต์“ แสดงว่า เป็นคนเปิดเผย ตรงไปตรงมา และมีความคิดสร้างสรรค์
- “ช็อกโกแลตนม” เป็นคนโรแมนติก คุยสนุก แต่ชอบทำตัวเด่น
- “ช็อกโกแลตสอดไส้” เป็นหนุ่มปาร์ตี้ ชอบสังคม ใจดี และถ้าคุณได้
- “ดาร์ค ช็อกโกแลต” ละก็ หมายความว่า คุณเจอหนุ่มใจร้อนเข้าแล้ว ประเภทรักง่ายติดไฟเร็ว!!
การ์ด อันนี้เป็นของจําเป็นควบคู่ไปกับดอกไม้ และช็อกโกแลต เลือกตามแบบที่ชอบ เขียนความในใจตามแบบที่อยากให้คนที่ได้รับอ่านแล้วเข้าใจในทันที แถมหาซื้อไม่ยากด้วย
การ์ดที่ทำเองด้วยน้ำพักน้ำแรงของเรา คนที่ได้รับ จะชอบเป็นพิเศษครับ เพราะไม่มีอีกแล้วในโลกนี้ มีใบเดียวให้เธอคนนั้น
รักจริงหวังแต่งต้อง “จิวเวลรี่”

ไม่ว่าสาวคนไหนก็หลอมละลายทั้งนั้น ถ้ามีหนุ่มมาซื้อเพชร หรือจิวเวลรี่ให้เป็นของขวัญวาเลนไทน์ เพราะจะมีใครกล้าทุ่มทุนสร้างขนาดนี้ ถ้าไม่ได้รักจริงหวังแต่ง (ไม่นับพวกเสี่ยบุญทุ่ม)!! หนุ่มคนไหนกำลังมองหาของขวัญล้ำค่าประกายระยิบระยับแทนคำบอกรัก
ขอแนะนำ ให้เลือกเครื่องประดับเพชร หรือมุก เพราะสื่อถึงความอมตะ บริสุทธิ์ และรักนิรันดร์…ความหมายโดนใจมั่กๆ!!
ตุ๊กตา เป็นสิ่งที่ให้กันได้ทุกเทศกาลอยู่แล้ว แต่พิเศษสําหรับวันแห่งความรักคงต้องเลือกสรรให้น่ารัก น่าประทับใจแทนความหมายได้ทุกอารมณ์แล้วแต่คุณจะหยิบแบบไหน

“SO CUTE” ของขวัญเลิฟลี่ๆมัดใจสาวคิกข
ผู้หญิงเราไม่เหมือนกันสักหน่อย!! เพราะ อย่างนี้ สาวๆหลายคนถึงเฉยๆเวลาได้ดอกกุหลาบ แต่จะกรี๊ดสลบ ถ้าหนุ่มๆเลือกของขวัญเลิฟลี่ๆมาฝาก!! อยากมัดใจสาวๆแนวคิกขุ หรือสาวเทรนดี้ไม่ชอบอะไรซ้ำซาก แนะนำให้ไปช็อปปิ้งที่ห้างฯ ZEN และเซ็นทรัล ชิดลม รับรองได้ของขวัญพิชิตใจ!!
ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ “Juicy Couture” ก็ ขวัญใจสาวยุ่น มีสร้อยพร้อมจี้รูปหัวใจ ทำจากเซรามิก ประดับคริสตัลและมุก, อันเดอร์แวร์ตัวจิ๋วเฉดสีชมพูกับแดง…ปิ๊งๆๆ และกระเป๋าสะพายรุ่นเทอร์รี่ สีแดงสไตล์ฮาราจูกุ หรือจะเป็นกระเป๋าใส่น้องหมา ยี่ห้อ “Patto Kawaii” ก็เลิฟลี่จนอดใจไม่อยู่

พอๆกับผ้าขนหนู “Prairiedog” เมดอินเจแปน เป็นรูปเค้กตกแต่งสตรอเบอร์รี่ และตุ๊กตาหมี “สวีต ฮักส์ แอนด์ คิสเซส เทดดี้” ของ Build-A-Bear…โซ คิวต์!!
แต่ถ้าเป้าหมายของคุณเป็นสาวโรแมนซ์ ละ ก็ ต้องเลือกน้ำหอมกลิ่นชวนฝัน แนะนำเป็นแบรนด์ “CREED” กลิ่นสปริง ฟลาวเวอร์ น้ำหอมยี่ห้อเก่าแก่ 200 กว่าปีจากเกาะอังกฤษ และ Dior Addict 2 “Sparkle in Pink” ของดิออร์ กลิ่นหอมสดชื่นแนวดอกไม้…หวานๆเหมาะกับวาเลนไทน์สุดๆ!!
อาไว้แทนตัวเราเวลาเราไม่อยู่ ให้เค้าได้กอด ก็น่ารักไปอีกแบบครับ
เทียนหอม มาแรงในหมู่หนุ่มสาวชาวไทย ที่สื่อได้ทั้งความหมายจากรูปทรงหัวใจ และให้กลิ่นหอมชวนหลงใหลตามแต่ใครจะเลือกได้ถูกใจอีกฝ่ายแค่ไหน
ถือว่าเป็นของใหม่ครับ มีประัโยชน์ด้วย
มื้อค่ำ ขาดไม่ได้เลยสำหรับมื้อพิเศษในวันแห่งความรัก ไม่ว่าจะเป็นสถานที่แบบไหน ในบ้าน ร้านอาหาร หรือริมทะเล แต่ขอให้มีแต่คุณและคนรักไปกันสองคนก็แล้วกัน
ร้านอาหารสำหรับวันวาเลนไทน์ มื้อค่ำที่สุดแสนโรแมนติก

โรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว ปาร์คอเวนิว
พิเศษ!!! ทุกคู่รัก ร่วมลุ้นรางวัลพิเศษมากมาย ในค่ำคืนแห่งรัก
โรงแรมโนโวเทล
โรงแรม โนโวเทล กรุงเทพ สยามสแควร์ เชิญคุณและคู่รักควงแขนมาเติมความหวานได้ภายในที่เดียว ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2552 ห้องอาหารนานาชาติ เดอะ สแควร์ อร่อยกับสารพันเมนูบุฟเฟ่ต์นานาชาติ ในราคาเพียงท่านละ 990 บาท++ พร้อมรับฟรีค็อกเทลวาเลนไทน์สูตรพิเศษและแพ็คเกจถ่ายภาพสุดหรูจากชาร์แด็ง เดอ ลามูร์ มูลค่า 9,999 บาท สำหรับทุกคู่รัก พร้อมกับลิ้มรสความหวานให้จุใจกับ “วาเลนไทน์ สตรอเบอรี่ บุฟเฟ่ต์” หากยังหวานไม่จุใจก็ยังสามารถมาเต็มอิ่มกันต่อที่ ร้านเบเกอรี่ ลาบริยอช เดอะ เดลี่ ระหว่างวันที่ 7-14 กุมภาพันธ์ 2552 มอบช็อกโกแลตเป็นของขวัญแทนความรักให้คนพิเศษของคุณ ในราคาเริ่มต้นเพียง 30 บาท ต่อ 1 ชิ้นเท่านั้น พร้อมกล่องช็อกโกแลตรูปหัวใจให้คุณได้เลือกสรรมากมาย
สุดแสนจะโรแมนติกครับ อย่าพลาดเลยทีเดียว 1 ปี มี 1 ครั้งครับ
เรามาทราบประวัติความเป็นมาของวันวาเลนไทน์ซึ่งมีผู้กล่าวไว้เยอะมาก ผมขอยกมา 2 ตัวอย่างครับ
วาเลนไทน์ (Valentine) คือวันที่ระลึกถึง นักบุญเซนต์วาเลนไทน์ (Saint Valentine) ผู้เปี่ยมไปด้วยเมตตา ความรัก และความปรารถนาดี ต่อเพื่อนมนุษย์อย่างแท้จริง แต่สุดท้ายเขาต้องจบชีวิตลงด้วยการรับโทษประหารในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 270 หรือเมื่อประมาณ 1,728 ปีล่วงเลยมาแล้ว ซึ่งเป็นยุคสมัยของจักรวรรดิโรมันที่ศาสนาคริสต์ยังไม่เป็นที่ยอมรับ ซํ้าร้ายภายใต้การปกครองของกษัตริย์ “คลอดิอุสที่ 2″ ผู้ออกกฎหมายบีบบังคับให้ประชาชนเลิกนับถือ และห้ามให้มีแต่งงานของพวกคริสเตียนเกิดขึ้น แต่ยังคงมีผู้นำคริสเตียนคนหนึ่งชื่อ “วาเลนตินัส” หรือที่ได้รับการยกย่องเป็น เซนต์วาเลนไทน์ ในภายหลัง คอยลักลอบแอบจัดงานแต่งงานให้กับคู่รักคริสเตียนจนถูกจับขังและรับโทษทรมาน แสนสาหัสอยู่ในคุก
ในขณะที่ถูกคุมขังนั้น เขาก็พบรักกับสาวตาบอด ซึ่งเธอเป็นลูกสาวของผู้คุมในคุก ด้วยความรักและคำอธิษฐานของเขา พระเจ้าได้ทรงโปรดให้ตาของสาวคนรักหายเป็นปกติ เมื่อความนี้ล่วงรู้ถึงหูกษัตริย์คลอดิอุสที่ 2 พระองค์จึงสั่งให้ลงโทษ วาเลนตินัส ด้วยการโบยและนำไปประหารชีวิตด้วยการตัดศีรษะ ในคืนสุดท้ายก่อนที่เขาจะถูกนำไปประหารนั้น ได้เขียนจดหมายสั้น ๆ เป็นการอำลาส่งไปให้หญิงคนรักของเขา โดยลงท้ายในจดหมายว่า
“…จากวาเลนไทน์ของเธอ (Love From Your Valentine)”
ต่อมาเมื่อคนทั่วไปทราบเรื่องราวจึงเกิดความประทับใจในความรักของเขา ยึดถือเอาวันที่14 กุมภาพันธ์ ของทุกปีเป็น “วันแห่งความรัก” Saint Valentine’s Day หรือ Valentine’sDay และได้นิยมแพร่หลายไปทั่วยุโรป อเมริกา รวมทั้งในทวีปเอเชียด้วย
กำเนิดวันวาเลนไทน์ เทศกาลวาเลนไทน์ เริ่มมีขึ้นตั้งแต่ยุคที่จักรวรรดิโรมันเรืองอำนาจ ในยุคนั้น วันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี ถูกจัดให้เป็นวันหยุด เพื่อเป็นเกียรติแต่เทพเจ้าจูโน่ผู้เป็นจักรพรรดินีแห่งเทพเจ้าโรมัน นอกจากนี้แล้วพระองค์ยังทรงเป็นเทพเจ้าแห่งอิสตรีเพศและการแต่งงาน และในวันถัดมา คือวันที่ 15 กุมภาพันธ์ เป็นวันเริ่มต้นเทศกาลเฉลิมฉลองแห่งลูเพอร์คาร์เลีย การดำเนินชีวิตของหนุ่มสาวจะถูกตัดขาดออกจากกันอย่างสิ้นเชิง อย่างไรก็ตาม มีขนบธรรมเนียมอย่างหนึ่งของชายหนุ่มก็คือ การจับฉลาก ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ก่อนที่จะเริ่มต้นเทศกาลลูเพอร์คาร์เลีย ชื่อของเด็กสาวจะถูกเขียนลงในเศษกระดาษและใส่ลงในไห ชายหนุ่มแต่ละคนจะจับฉลากเพื่อเลือกคู่ในเทศกาลเฉลิมฉลองนี้ บ่อยครั้งที่หนุ่มสาวต่างถูกใจกัน และแต่งงานกันในเวลาต่อมา
ในรัชสมัยของจักรพรรดิคลอดิอัสที่ 2 แห่งโรม พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ที่มีใจคอดุร้าย และทรงนิยมการทำสงครามนองเลือด ได้ทรงตระหนักว่าเหตุที่ชายหนุ่มส่วนมากไม่ประสงค์จะเข้าร่วมในกองทัพ เนื่องมาจาก ไม่อยากจากคู่รัก และครอบครัวไป จึงทรงมีพระราชโองการสั่งห้ามมิให้มีการจัดพิธีหมั้นและแต่งงานกันในโรมโดย เด็ดขาด ทำให้ประชาชนทุกข์ใจเป็นอย่างยิ่ง ขณะนั้นเอง พระรูปหนึ่งนามว่า เซนต์วาเลนไทน์ซึ่งอาศัยอยู่ในโทรม ได้ร่วมมือกับเซนต์มาริอัส จัดพิธีแต่งงานให้กับชาวคริสต์หลายคู่ และด้วยความปรารถนาดีของท่านนี้เอง จึงทำให้ท่านถูกตัดสินประหารชีวิตโดยเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ.270 ซึ่งตรงกับเทศกาลลูเพอร์คาร์เลีย ตามประเพณีโบราณพอดี ณ โอกาสนี้เอง กลุ่มคนนอกศาสนาได้รื้อฟื้นประเพณีจับฉลากขึ้นมาใหม่ โดยชายหนุ่มจะเป็นผู้เขียนชื่อหญิงสาวลงไปด้วยตัวเอง ต่อมาพระในนิกายโรมันคาทอลิกจึงเลือกให้วันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความรัก และดูเหมือนว่ายังคงเป็นธรรมเนียม ที่ชายหนุ่มจะเลือกหญิงสาวที่ตนเองพึงใจในวันวาเลนไทน์ สืบต่อกันมาจนถึงทุกวันนี้
เป็นยังไงบ้างครับ ไ้ด้ทราบประวัติกันไปบ้าง อย่างน้อยก็เป็นประโยชน์สำหรับเรานะครับ